อภิธานศัพท์ order flow

นิยามของเมตริก Order Flow และเครื่องมือวิเคราะห์ตลาดที่แสดงบน Aslan Terminal เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจว่าแต่ละตัวคืออะไร และสามารถนำไปใช้อ่านโครงสร้างตลาดได้อย่างไร

VWAP คืออะไร?

VWAP (Volume-Weighted Average Price) คือราคาเฉลี่ยสะสมของทุกเทรดใน session ถ่วงน้ำหนักด้วยวอลุ่มในแต่ละระดับราคา ต่างจาก Moving Average ทั่วไปที่ VWAP ให้น้ำหนักมากกับระดับราคาที่มีวอลุ่มสูง — สะท้อน fair value ที่แท้จริงกว่าว่าตลาดเทรดที่ไหนจริงๆ สถาบันใช้ VWAP เป็นเกณฑ์วัดคุณภาพการเข้าออเดอร์: ซื้อได้ต่ำกว่า VWAP = เข้าได้ราคาดี, ซื้อสูงกว่า VWAP = เข้าได้ราคาแพง สำหรับ Intraday trader: ราคาเหนือ VWAP สม่ำเสมอ = Bullish session bias, ต่ำกว่า = Bearish VWAP reset ทุก session (หรือจาก Anchor point ที่กำหนด) Sigma Bands (±1σ, ±2σ) รอบ VWAP บอกระดับการเบี่ยงเบนที่มีนัยสำคัญทางสถิติจากค่าเฉลี่ยของ session

Volume Profile คืออะไร?

Volume Profile คือ Histogram ที่แสดงวอลุ่มรวมที่เทรดในแต่ละระดับราคาในช่วงเวลาที่เลือก หมุน 90° ให้วอลุ่มแสดงในแนวนอนเทียบกับแกนราคา High-Volume Node (HVN) = ระดับที่มีกิจกรรมสูง — ตลาดยอมรับราคา Low-Volume Node (LVN) = บริเวณบาง — ราคาผ่านได้รวดเร็ว แทบไม่มีแนวรับ/ต้าน Value Area (70% ของวอลุ่ม) อยู่ระหว่าง VAL และ VAH โดยมี POC ที่จุดสูงสุด Profile ที่ค่อย ๆ เลื่อนขึ้นตลอด session = price discovery เชิงบวก; Profile ที่แบนหรือหดตัว = balance/consolidation Volume Profile คือแผนที่ว่าตลาดตกลงกันที่ไหน — ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายโดดๆ

CVD คืออะไร?

Cumulative Volume Delta (CVD) คือผลรวมสะสมของ (วอลุ่มซื้อเชิงรุก − วอลุ่มขายเชิงรุก) ตลอด session หรือช่วงเวลาที่เลือก ผู้ซื้อเชิงรุก = เทรดที่ยก Ask (Market Buy), ผู้ขายเชิงรุก = เทรดที่กด Bid (Market Sell) CVD ขึ้น = ฝั่งซื้อรุกกว่าฝั่งขายสม่ำเสมอ, CVD ลง = ฝั่งขายรุกกว่า สัญญาณที่ทรงพลังที่สุดคือ Divergence: ราคา New High แต่ CVD ทำ Lower High — ผู้ซื้อรุกน้อยลงในช่วงราคาแข็ง บ่งชี้ว่าโมเมนตัมอาจอ่อนแรง CVD Divergence คือสัญญาณเตือนล่วงหน้า ไม่ใช่การยืนยันกลับตัว — รอโครงสร้างราคายืนยันก่อนเสมอ

Open Interest คืออะไร?

Open Interest (OI) คือจำนวนสัญญา Futures ทั้งหมดที่ยังเปิดค้างอยู่ ยังไม่ได้ settle หรือปิดสถานะ OI เพิ่ม = มีสถานะใหม่เปิด (เงินใหม่เข้าตลาด), OI ลด = สถานะเดิมถูกปิด (เงินออกจากตลาด) การอ่าน OI ร่วมกับราคาบอกความแข็งแกร่งของการเคลื่อนไหว: ราคาขึ้น + OI ขึ้น = Long ใหม่ (ยืนยันขาขึ้น), ราคาขึ้น + OI ลด = Short cover (แรงน้อยกว่า อาจไม่ยั่งยืน), ราคาลง + OI ขึ้น = Short ใหม่ (ยืนยันขาลง), ราคาลง + OI ลด = Long liquidation (รุนแรงแต่มักสั้น) ทิศทาง OI flow — เงินเข้าหรือออก — สำคัญกว่าตัวเลขสัมบูรณ์

Footprint คืออะไร?

Footprint (หรือ Bid×Ask Chart) แสดงวอลุ่มที่เทรดจริงในแต่ละ tick ราคาภายในแท่งเทียนเดียว แยกระหว่างฝั่งซื้อเชิงรุก (Ask side) และฝั่งขายเชิงรุก (Bid side) แต่ละช่องแสดง: Bid Volume × Ask Volume ที่ระดับราคานั้น Pattern สำคัญ: Absorption — Ask volume สูงมากที่ระดับหนึ่งแต่ราคาไม่ร่วง (ฝั่งซื้อดูดซับฝั่งขาย); Imbalance — ฝั่งหนึ่งมากกว่าอีกฝั่ง ≥3:1 บ่งชี้แรงดันทิศทางรุนแรง; Unfinished Auction — ราคาออกจากระดับโดยฝั่งหนึ่งแทบว่างเปล่า — มักกลับมาทดสอบในภายหลัง Footprint ให้มุมมอง Order Flow ที่ละเอียดที่สุดเท่าที่มี — คือเทปราคาในรูปแบบโครงสร้าง

POC คืออะไร?

Point of Control (POC) คือระดับราคาเดียวที่มีวอลุ่มซื้อขายสูงสุดใน Volume Profile ในช่วงที่เลือก แทนจุดที่ตลาดมีข้อตกลงราคาสูงสุด — maximum value acceptance POC มักทำหน้าที่เป็น magnet: ราคามักวิ่งหา POC ในช่วงวอลุ่มบาง และมักให้แนวรับหรือแนวต้านเมื่อราคาเข้ามาจากทั้งสองทาง Session ที่ปิดห่างจาก POC มาก = 'Unfinished Business' — ราคามักกลับมาทดสอบ POC ใน session ถัดไป POC ที่ค่อย ๆ เลื่อนขึ้น/ลงตลอด session = price discovery ชัดเจน, POC ที่นิ่งอยู่กับที่ = balance/consolidation

VAH คืออะไร?

Value Area High (VAH) คือขอบบนของ Value Area — ช่วงราคาที่มีวอลุ่ม ~70% ของ session VAH กำหนดระดับราคาสูงสุดที่ยังอยู่ในโซน fair value ของช่วงนั้น ราคา Break เหนือ VAH พร้อม Volume ขยายและ Delta บวก = ผู้ซื้อยอมจ่ายเกิน fair value — Breakout จริงที่น่าเชื่อถือ ราคาทดสอบ VAH จากด้านล่างแล้วถูกปฏิเสธ = ผู้ขายป้องกันขอบบนของ Value — แนวต้าน ใน Value Area Rotation strategy การ Fade การเคลื่อนไหวกลับเข้า Value Area จาก VAH เป็น Reference trade ทั่วไป แต่ต้องยืนยันด้วย Order Flow ไม่ใช่ระดับราคาอย่างเดียว

VAL คืออะไร?

Value Area Low (VAL) คือขอบล่างของ Value Area — ช่วงราคาที่มีวอลุ่ม ~70% ของ session VAL กำหนดระดับราคาต่ำสุดที่ยังอยู่ในโซน fair value ของช่วงนั้น ราคา Break ต่ำกว่า VAL พร้อม Volume ขยายและ Delta ลบ = ผู้ขายยอมขายต่ำกว่า fair value — Breakdown จริง ราคาทดสอบ VAL จากด้านบนแล้วยืน = ผู้ซื้อป้องกันขอบล่างของ Value — แนวรับ VAL มักเป็น Support แรกที่ต้องจับตาเมื่อราคากลับเข้า Prior Session Value Area จากด้านบน

Value Area คืออะไร?

Value Area คือช่วงราคาที่มีวอลุ่ม ~70% ของ session ทั้งหมด อยู่ระหว่าง VAH (ขอบบน) และ VAL (ขอบล่าง) โดยมี POC อยู่ที่จุดสูงสุดของ Profile แทน Zone ที่ตลาดบรรลุข้อตกลงเรื่อง fair value ในช่วงนั้น ราคาซื้อขายใน Value Area = Balance — ผู้ซื้อและผู้ขายเห็นพ้อง ราคาซื้อขายนอก Value Area = Price Discovery — ตลาดทดสอบว่าจะยอมรับราคาใหม่หรือกลับเข้า Value กฎ 70%: session ถัดไปเปิดนอก Prior Value Area แล้วไม่ยืน มีโอกาสสูงทางสถิติที่จะ Rotate กลับเข้าไปเติม Value Area

Sigma Bands คืออะไร?

Sigma Bands (±1σ, ±2σ, ±3σ) คือแถบส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่วาดรอบ VWAP ของ session ปัจจุบัน คำนวณจาก price dispersion จริงของ session นั้น แสดงให้เห็นทางสถิติว่าราคาเคลื่อนออกจากค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักไกลแค่ไหน ±1σ ครอบคลุม ~68% ของการเคลื่อนไหวปกติ, ±2σ ครอบคลุม ~95%, ±3σ คือพื้นที่สุดขีด เมื่อราคาถึง ±2σ ขึ้นไป สถิติชี้ว่าราคาขยายตัวเกินไปและโอกาส mean-reversion สูงขึ้น แต่ใน session ที่มีแนวโน้มแข็งแกร่ง band จะขยายตัว ทำให้ reversion น่าเชื่อถือน้อยลง — ควรใช้ร่วมกับ Volume, Delta และ OI

Delta คืออะไร?

Delta คือส่วนต่างสุทธิระหว่าง Aggressive Buy Volume (เทรดที่ยก Ask) และ Aggressive Sell Volume (เทรดที่กด Bid) ในแท่งเทียนหรือช่วงเวลาหนึ่งๆ Delta บวก = ผู้ซื้อรุกกว่า, Delta ลบ = ผู้ขายรุกกว่า Pattern สำคัญ: แท่งเขียว + Delta ลบ — ราคาขึ้นแต่ผู้ขายรุกกว่า — บ่งชี้ Hidden Supply อาจกลับตัว แท่งแดง + Delta บวก — ราคาลงแต่ผู้ซื้อรุกกว่า — บ่งชี้ Hidden Demand อาจกลับตัว Delta Exhaustion: Delta ถึงจุดสุดขีดแล้วราคาชะงัก — ฝั่งรุกหมดแรง Delta ยืนยันหรือขัดแย้งกับแท่งเทียน — เมื่อตรงกัน สัญญาณแข็งแกร่งขึ้น; เมื่อ Diverge ต้องระวัง

Flow Pressure (Book Pressure) คืออะไร?

Flow Pressure คือคะแนนแรงกดดันซื้อ/ขายแบบรวม ที่หลอมรวม 4 องค์ประกอบของ order flow เป็นตัวเลขเดียว: ความไม่สมดุลของ Book ที่รออยู่ระดับ L1 (น้ำหนัก 20%), Footprint delta (35%), ความไม่สมดุลของการเทรด (25%) และความชัน CVD (20%) ค่าบวก = แรงฝั่งซื้อ ค่าลบ = แรงฝั่งขาย เนื่องจาก book ที่รออยู่มีน้ำหนักเพียง 1 ใน 5 กำแพง order ที่ spoof ไว้จึงไม่สามารถครอบงำการอ่านค่าได้ — อีก 80% มาจากการเทรดที่เกิดขึ้นจริง ข้อควรทราบ: ทั้ง 4 องค์ประกอบ ไม่ได้ พูดถึงช่วงเวลาเดียวกัน — book คือตอนนี้, ความไม่สมดุลการเทรดคือแท่ง 1 นาทีที่ปิดล่าสุด, ความชัน CVD ครอบคลุมประมาณ 20 ไม้ล่าสุด และ footprint ครอบคลุมทั้งเซสชัน แต่ละแถวจะแสดงช่วงเวลาของตัวเอง แต่ละองค์ประกอบถูกคูณด้วยคะแนนคุณภาพตามความเพียงพอของข้อมูล และจะลดทอนลงเมื่อข้อมูลเก่า ส่วนแท่งที่แสดงจะถูกลดทอนตาม coverage ดังนั้นการอ่านค่าจากหลักฐานไม่ครบหรือข้อมูลเก่าจะแสดงผลอ่อน ไม่ใช่มั่นใจเกินจริง สำคัญ: คะแนนหลักฐาน (Evidence score) ไม่ใช่ ความน่าจะเป็น มันวัดว่ามีหลักฐานมากแค่ไหน องค์ประกอบเห็นตรงกันเพียงใด และแรงเอียงแรงแค่ไหน — ไม่ใช่โอกาสที่เทรดจะกำไรแบบ calibrate แล้ว และไม่มี reliability curve รองรับ การอ่านที่ขาดองค์ประกอบจะถูกจำกัดเพดานเชิงโครงสร้าง (อ่านจาก book อย่างเดียวไม่มีทางเกิน 20%) แท่งแสดง 'แรงกดดัน' ไม่ใช่สัดส่วนของ volume ที่รออยู่

Relative Volume หรือ RVOL คืออะไร?

Relative Volume (RVOL) เปรียบเทียบวอลุ่มปัจจุบันกับค่าเฉลี่ยของวอลุ่มในช่วงเวลาเดียวกันของวันย้อนหลังหลาย ๆ วัน RVOL = 1.0 คือปกติ, > 1.5 คือสูงกว่าปกติ, > 2.0 คือกิจกรรมสูงมาก RVOL สูง ขยายความสำคัญของทุกสัญญาณอื่น: Breakout ผ่าน PDH บน RVOL 2× น่าเชื่อถือกว่า Breakout บน RVOL 0.5× อย่างมีนัยสำคัญ RVOL ต่ำ (session บาง) = ออเดอร์เล็กขยับราคาได้ง่าย — ระดับอ้างอิงเชื่อถือได้น้อยลง Fakeout เกิดบ่อยขึ้น RVOL ไม่มีทิศทางในตัวเอง ต้องจับคู่กับ Delta, CVD และโครงสร้างราคาเสมอ

Liquidation คืออะไร?

Liquidation คือการบังคับปิดสถานะ Leverage เมื่อ Margin ต่ำกว่า Maintenance threshold ระบบ Liquidation ของตลาดจะบังคับปิดสถานะที่ราคาตลาด (market) โดยไม่สนใจว่าราคาจะเป็นเท่าไร การ Liquidate กระจุกตัวสร้าง cascade: Long ถูก Liquidate → แรงขายเพิ่ม → ราคาลงต่อ → Long อื่น Liquidate ตามกัน วงจรนี้ทำให้ราคาวิ่งเร็วและ overshoot ระดับที่สมเหตุสมผลทางปัจจัยพื้นฐาน Liquidation cascade มักสิ้นสุดเมื่อแรงขายบังคับหมดลง — มักสร้างโอกาส mean-reversion ที่น่าสนใจ แต่การจับจุดต่ำสุดของ cascade ความเสี่ยงสูงมาก ต้องรอสัญญาณ absorption ยืนยันก่อน

Liquidation Map คืออะไร?

Liquidation Map ประมาณการระดับราคาที่สถานะ Leverage กระจุกตัวสูง และอาจถูกบังคับปิดหากราคาวิ่งไปถึง แผนที่แสดงเป็น Heatmap: โซนที่เข้มกว่า/สูงกว่า = ความหนาแน่นของ Liquidation ประมาณการสูงกว่า โซนเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น magnet — เมื่อราคาเข้าใกล้ การ Stop-run ผ่าน cluster อาจทำให้ราคาขยายตัวรวดเร็ว หลัง cluster ถูกกวาด ราคามักกลับตัวชัดเจนเมื่อแรงขายบังคับหมดแรง ข้อจำกัดสำคัญ: ข้อมูล Liquidation Map เป็นการประมาณการ ไม่ใช่ข้อมูลแน่นอน — ตลาดไม่เปิดเผยการกระจายสถานะแบบ Real-time

3D Liquidity Surface คืออะไร?

3D Liquidity Surface แสดงภาพ Order Book ของ Bid และ Ask ที่รออยู่ในแต่ละระดับราคาและเวลา ในรูปแบบพื้นผิว 3 มิติ โดยความสูงแทนความหนาแน่นของ Liquidity ยอดสูง = ระดับที่มี Order รออยู่หนาแน่น — แนวรับหรือแนวต้านเชิงโครงสร้าง หุบเขา = Liquidity บาง — ราคาสามารถวิ่งผ่านได้รวดเร็ว การดูพื้นผิวเปลี่ยนแปลงตามเวลาช่วยเปิดเผย: Spoofing (Order ใหญ่ปรากฏแล้วหายก่อนราคาถึง), Iceberg Order (Order ที่ reload ซ้ำ), และ Institutional Wall จริง เครื่องมือขั้นสูงสำหรับสถาบัน — ใช้ร่วมกับ DOM Ladder, Book Pressure และ Footprint เพื่อ context เต็ม

Liquidity Sweep คืออะไร?

Liquidity Sweep (หรือ Stop Hunt) คือภาวะที่ราคาถูกดันให้ทะลุระดับสำคัญ — เช่น Prior Session High, ขอบ Range, ตัวเลขกลม, PDH/PDL — เพื่อกวาด Stop Order และ Limit Order ที่กระจุกอยู่บริเวณนั้น แล้วกลับตัวเข้า Range อย่างรวดเร็ว สัญญาณยืนยัน Sweep: ความเร็วและการปฏิเสธ — แตะระดับ, ดูด Liquidity, กลับตัวภายใน 1–3 แท่ง บวกกับ: Volume spike ที่จุดสุดขีด, Delta divergence (มี buying print ที่ low sweep หรือ selling print ที่ high sweep), แท่งปฏิเสธชัด (ไส้ยาว body เล็ก) Sweep vs Breakout: ถ้าราคาไม่กลับหลังทะลุ — นั่นคือ Breakout จริง ไม่ใช่ Sweep อย่าฝืน fade จนเห็นแท่งยืนยันกลับตัวก่อน

DOM Ladder คืออะไร?

DOM (Depth of Market) Ladder แสดง Bid และ Ask Order ที่รออยู่ในทุกระดับราคาใกล้ตลาดแบบ Real-time แต่ละแถวแสดง: ระดับราคา, ขนาด Bid รวม (ผู้ซื้อรอ) และขนาด Ask รวม (ผู้ขายรอ) Inside Market = ส่วนต่างระหว่าง Best Bid / Best Ask (Spread) DOM Wall ขนาดใหญ่บ่งบอกแนวรับหรือแนวต้านที่แข็งแกร่ง — แต่อาจถูก Spoof (วางเพื่อหลอกแล้วดึงออกก่อนราคาถึง) การดูว่า DOM Refresh อย่างไร — Bid ใหญ่ยืนเมื่อราคาทดสอบหรือหายไป — ให้ insight แบบ Real-time ว่า Liquidity จริงหรือเท็จ จับคู่กับ Book Pressure และ Footprint เพื่อแยก Absorption จริงออกจาก Spoofing

Large Trades คืออะไร?

Large Trades (หรือ Block Print / Institutional Print) คือรายการเทรดที่ execute เกินขนาด threshold ที่กำหนด ใน Futures market แสดงแบบ Real-time เมื่อเกิดขึ้น Print ขนาดใหญ่ที่ระดับสำคัญ — VAH, PDH, POC, Sigma Band — อาจบ่งชี้การมีส่วนร่วมของสถาบันหรือการปกป้องระดับราคา Buying Print (ที่ Ask) ที่แนวรับที่ยืน = Absorption, Selling Print (ที่ Bid) ที่แนวต้าน = Supply ไม่สามารถสรุปทิศทางได้ทันที: Buying Print ขนาดใหญ่ที่จุดสูงสุดอาจเป็น Hedge ไม่ใช่ Long อ่านในบริบท: ระดับใด ราคาทำอะไรหลัง Print และ CVD/Delta บ่งบอกอะไร

Basis คืออะไร?

Basis = ราคา GC Futures − ราคา XAUUSD Spot โดยราคาฟิวเจอร์สทองคำ CME สะท้อนต้นทุนการถือครอง (carry), ค่าจัดเก็บ และการวางตำแหน่งของสถาบันก่อนที่ตลาด Spot จะตอบสนอง เมื่อช่องว่างกว้างผิดปกติ (Futures แพงกว่า Spot, z ≥ +1.5) สถิติชี้ว่า Spot มักวิ่งขึ้นตามปิดช่องว่างภายใน 2–4 แท่ง เมื่อช่องว่างแคบผิดปกติ (Futures ถูกกว่า Spot, z ≤ −1.5) Spot มักร่วงลงตาม ในโซน Normal (|z| < 1.5) ไม่มี structural edge จาก basis — รอ regime shift ก่อน z ยิ่งห่างจากศูนย์ เหตุการณ์ยิ่งหายาก แรงดึงกลับทางสถิติยิ่งแข็งแกร่ง

Funding Rate คืออะไร?

Funding Rate คือค่าธรรมเนียมที่จ่ายระหว่าง Long และ Short ใน Perpetual Futures ทุก 8 ชั่วโมง เพื่อยึด Perpetual price ให้ใกล้กับ Spot เมื่อ Perpetual แพงกว่า Spot: Long จ่าย Short (Rate บวก) เมื่อ Perpetual ถูกกว่า Spot: Short จ่าย Long (Rate ลบ) Rate บวกต่อเนื่องสูง = Long crowding — ความเสี่ยงเกิด squeeze หากราคากลับตัว Rate ลบต่อเนื่อง = Short crowding ใช้ทำ Cash-and-Carry (Long Spot + Short Perpetual เก็บ Rate บวก) ได้ แต่ต้องคำนึงถึงค่าธรรมเนียม, Slippage, Basis risk และความเสี่ยงถูก Liquidate

Expected Move คืออะไร?

Expected Move Zones คือแถบราคาที่คำนวณจาก realised volatility ของ session โดยอิงกับราคาเปิดของวันนี้ แต่ละโซนแสดงว่าปกติ GC เคยเคลื่อนไหวออกจากราคาเปิดไปไกลแค่ไหน แต่ละโซน (±1σ, ±2σ, ±3σ) คำนวณจาก realised volatility ของ session จริง ไม่ใช่ implied volatility โซนเขียว = สูงกว่าราคาเปิด (ฝั่งขาขึ้น), โซนแดง = ต่ำกว่าราคาเปิด (ฝั่งขาลง), จุดสด = ราคา ณ ปัจจุบัน โซนที่ไกลจากราคาเปิดยิ่งหายาก: การถึง ±2σ เกิดขึ้นเฉพาะใน session ส่วนน้อย % reversion บนแต่ละโซน = ความถี่ที่ราคากลับเข้าโซนกลางภายใน ~N แท่งหลังถึงโซนนั้น (out-of-sample certified) ใช้ประเมินว่าการเคลื่อนไหวขยายตัวเกินไปหรือไม่ — ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายโดยตรง

Lead/Lag คืออะไร?

Lead/Lag อธิบายว่าตราสารตัวไหนขยับก่อนเมื่อสองตลาดที่สัมพันธ์กันปรับราคา ในตลาดทอง ความสัมพันธ์หลักคือ GC Futures vs XAUUSD Spot: Futures สะท้อนตำแหน่งสถาบัน, ต้นทุน carry และ Macro expectation ก่อน Spot ตอบสนอง ดังนั้น Futures มักนำ Spot 1–3 แท่งที่จุด inflection Basis (Futures − Spot) วัดค่า lag นี้: basis ที่กว้างหรือแคบผิดปกติบอกว่า Spot ยังไม่ตาม — สร้าง directional lean สำหรับ Spot trader Lead/Lag เป็นสถิติเชิงความน่าจะเป็น สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงสภาพคล่องต่ำหรือเหตุการณ์ Macro กะทันหัน

Prior Day High หรือ PDH คืออะไร?

Prior Day High (PDH) คือราคาสูงสุดที่เกิดขึ้นใน Globex session ก่อนหน้า เป็นหนึ่งในระดับอ้างอิงที่ถูกมองมากที่สุดใน Futures เพราะ Stop Order, Breakout Entry และ Sell Limit Order จำนวนมากกระจุกอยู่ที่ระดับนี้ Breakout เหนือ PDH + Volume สูง + Delta บวก = ผู้ซื้อไปต่อจริง (follow-through) ขาขึ้น ในทางกลับกัน การถูกปฏิเสธที่ PDH — โดยเฉพาะเมื่อเป็น Sweep (แตะสั้น ๆ แล้วกลับตัวชัด) — = ผู้ขายป้องกันระดับ เปิดโอกาส Short กลับเข้า Range เดิม PDH ร่วมกับ Prior Day Value Area ให้แผนที่โครงสร้าง session ก่อนหน้าที่สมบูรณ์

Prior Day Low หรือ PDL คืออะไร?

Prior Day Low (PDL) คือราคาต่ำสุดที่เกิดขึ้นใน Globex session ก่อนหน้า เหมือน PDH คือ magnet สำหรับ Stop Order และ Buy Limit Order Breakdown ต่ำกว่า PDL + Volume สูง + Delta ลบ = ผู้ขาย Follow-through จริง — Bearish continuation Sweep ต่ำกว่า PDL แล้วกลับตัวเร็ว = Stop Hunt: ตลาดกวาด Downside Liquidity แล้วปฏิเสธราคาต่ำกว่า มักเป็นโอกาส Long กลับมาเหนือ PDL PDL และ PDH ร่วมกันกำหนดกรอบราคา (range) ของ session ก่อนหน้า — บริบทสำคัญสำหรับกลยุทธ์การเปิด session

Prior Day High/Low คืออะไร?

Prior Day High/Low (PDH/PDL) เป็นกรอบราคาที่สมบูรณ์ของ session ก่อนหน้า ทั้งสองระดับกำหนดจุดที่ผู้ซื้อและผู้ขายเดินหน้าถึงสุดในวันก่อน ทำให้เป็นจุดอ้างอิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดสำหรับการเปิด session ใหม่ ความสัมพันธ์ระหว่างราคาเปิดกับ PDH/PDL กำหนด Structural Bias ของวัน: เปิดเหนือ PDH และยืน = Bullish expansion นอก Prior Range เปิดต่ำกว่า PDL และยึดไม่ได้ = Bearish continuation ต่ำกว่า Prior Range เปิดใน Prior Day Range = Balance / Inside Day — มักผันผวนต่ำจนกว่าจะเกิด Breakout

Session Open คืออะไร?

Session Open คือราคาเทรดแรกของ Globex session ปัจจุบัน (ปกติ 6:00 PM CT วันอาทิตย์ หรือราคาเปิด Day session) เป็น Intraday Bias Anchor: ราคาสม่ำเสมอเหนือ Session Open = เอียง Bullish Intraday ราคาสม่ำเสมอต่ำกว่า Session Open = เอียง Bearish Opening Drive ช่วง 15–30 นาทีแรกมักสร้าง Initial Directional Lean ของ session Gap เหนือ Prior Settle + ยืนเหนือ Session Open = โครงสร้าง Bullish แข็งแกร่ง Failed Open (ราคาเปิดสูงแล้วร่วงกลับมาต่ำกว่า Session Open ทันที) = อ่อนแอแม้ Gap บวก Session Open ร่วมกับ PDH/PDL และ VWAP ให้ภาพโครงสร้าง Intraday ที่สมบูรณ์

ราคา Settlement (Settle) คืออะไร?

ราคา Settlement (Settle) คือราคาปิดทางการของ Globex session ก่อนหน้า กำหนดโดย CME เป็นจุดอ้างอิงหลักของวันปัจจุบัน: % เปลี่ยนแปลงรายวันที่แสดงบนทุกแพลตฟอร์ม Futures คำนวณจากราคานี้ และ Desk สถาบันใช้เป็นเกณฑ์ fair value ในการวิเคราะห์ overnight gap ราคามักวิ่งกลับหา Prior Settle ในช่วงวอลุ่มบาง ทำให้เป็น magnet สำคัญคู่กับ Session Open และ PDH/PDL

Volume Node คืออะไร?

Volume Node คือระดับราคาใน Volume Profile ที่มีวอลุ่มซื้อขายกระจุกตัวหนาแน่นเป็นพิเศษ — รองจาก POC เพราะราคามักกลับมาทดสอบระดับที่มีกิจกรรมสูง โหนดวอลุ่มสูงมักทำหน้าที่เป็นแนวรับเมื่อราคาเข้ามาจากด้านบน และแนวต้านเมื่อราคาเข้ามาจากด้านล่าง ในทางกลับกัน Low-Volume Node (ช่องว่างในโปรไฟล์) คือบริเวณที่ราคาเคลื่อนผ่านได้รวดเร็วโดยแทบไม่มีแรงต้าน การอ่านโหนดในบริบท — ว่าราคายอมรับหรือปฏิเสธระดับนั้น — สำคัญกว่าการมองว่าเป็นกฎตายตัว

สูตรเชิงปริมาณ

นิยามทางคณิตศาสตร์ของ Indicator ที่คำนวณฝั่ง Client และแสดงบนกราฟ สูตรเหล่านี้เปิดเผยโปร่งใส — ใช้เป็นบริบท ไม่ใช่สัญญาณ

VWAP

Σ(price·vol)/Σ(vol) over the session

Volume-Weighted Average Price (Berkowitz 1988); institutional benchmark.

Fair value for the session; price above suggests buyers in control intraday. Context, not a signal.

relay-display

VWAP σ bands

σ = sqrt(Σp²v/Σv − VWAP²); bands = VWAP ± kσ (k = 1, 2)

Volume-weighted standard deviation from VWAP.

How stretched price is from fair value; mean-reversion context.

relay-display

POC

argmax over price of (volume traded at price)

Market Profile / TPO (Steidlmayer, CBOT).

Price of maximum acceptance; tends to act as a magnet.

relay-display

Value Area

smallest contiguous band holding 70% of volume around POC

Market Profile value area (~1σ of traded volume).

The session's fair range; trading outside it signals imbalance.

relay-display

CVD

running Σ(buyVol − sellVol) from L1 trade side

Cumulative Volume Delta.

Net aggressive pressure; divergence from price hints at absorption. Context, not a signal.

relay-display

RVOL

volume / average-volume-for-this-time-of-day

Relative Volume, time-normalized.

Whether participation is unusual; values above 1 mean elevated activity.

relay-display

Prior Day High / Low

max / min of the prior CME session (session boundary 17:00 CT)

Prior-session extremes; classic support/resistance.

Breakout or rejection reference for the new session.

upstream-derived

Session Open

first trade of the current Globex session

Session opening print.

Intraday anchor for the day's bias.

upstream-derived

Prior Settlement

CME official settlement of the prior session

Exchange settlement; the change-% denominator.

A primary futures magnet.

upstream-derived

Donchian Channel

upper_i = max(high[i−N+1..i]); lower_i = min(low[i−N+1..i]); mid_i = (upper+lower)/2; null for i < N−1

Richard Donchian (Turtle traders); the original breakout channel.

Frames the recent high-low range; pairs with the Breakout layer.

client-compute

ATR

TR_i = max(H−L, |H−Cprev|, |L−Cprev|); Wilder RMA: ATR_N = mean(TR[1..N]); ATR_i = (ATR_{i−1}·(N−1) + TR_i)/N; null for i < N

Wilder (1978); a volatility unit (Wilder smoothing, not EMA).

Measures volatility; sizes the Keltner bands and a header readout.

client-compute

Keltner Channel

mid_i = EMA(close, N) with α = 2/(N+1) seeded by SMA(N); bands = mid ± m·ATR_i (m default 2); null for i < N

Chester Keltner / Linda Raschke; a volatility-adaptive envelope.

An ATR-based envelope; complements the volume-based VWAP σ bands.

client-compute